ความจริงของชีวิตรคือ ทุกข์ ชีวิตรของเราทุกคนกำลังเดินทางอยู่ทามกลางทุกข์ภัยนานาชนิด ภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ ไฟไหม้ โรคภัย เจ็บไข้ได้ป่วย
กล่าวไดว่าชีวิตรของคนเราโดยทั่วไปต่างก็มีเหตุการณ์ต่างๆ ทีไม่ปรารถนามากดดัน บีบบังคับชีวิตของคนเรามากมาย หมายถึง โลกธรรมแปด คือเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ พระพุทธเจ้าจึงตรัสไว้ว่า ชีวิตรคือทุกข์ ความจริงของชีวิตรคือทุกข์ หมายความว่า ความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตายเป็นทุกข์ การประสบกับสิ่งไม่รัก การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ปราถนาสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้นเป็นทุกข์ทกสิ่งใดๆที่ไม่ได้ตามที่ใจหวังนั้นยอมเป็นทุกข์ สมมติว่าเรากำลังอิจฉาใครคนใดคนหนึ่งอยู่เป็นอย่างมากเพราะเห็นเขามีความสุขหรือนึกๆดูว่ามีใครที่น่าอิจฉา แต่จริงๆแล้วไม่ว่าใครจะน่าอิจฉาขนาดไหนก็ตามเขาเหล่านั้นก็กำลังยืนอยู่ท่ามกลางภัยอันตรายในวัฏสงสารเหมือนๆกันทุกคน เราทุกคนในโลกนี้ต่างอยู่ท่ามกลางวัฏสงสารกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเราตอ้งไม่คิดนอ้ยใจอะไร ไม่ตอ้งรู้สึกว่าเรามีปมด้อยอะไร
ไม่ว่าเราจะเกิดมาในตระกูลดีมีฐานะรำรวยขนาดไหน พ่อแม่ทุ่มเทความรักขนาดไหนเมตตาเราขนาดไหน เราเก่งแค่ไหนฯ ชีวิตทุกชีวิตย่อมมีอุปสรรคที่ทำให้เราเจ็บกาย เจ็บใจอยู่ไม่มากก็น้อย แต่ขอให้ทุกคนควรปล่อยวางเสียมั้ง
เมื่อรู้สึกแย่ๆ ให้หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ
โอปนยิโก นอ้มเข้ามา นอ้มจิตเข้ามาดูกายใจของตนเอง อัตตาหิ อัตโนนาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
บทความแห่งความโชดดี ของอาจารย์ มิตชูโอะคเวสโก

ระยะทางพิสูจน์ม้า
ตอบลบกาลเวลาไม่ไหลย้อนกลับ
เอ้า งงงงงงง
ดีค่ะเป็นบทความที่ดีค่ะ
ตอบลบช่าย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราอ้วน เราต้องส่องกระจกบอกตัวเองว่า เรานี่โชคดีจริงๆ เกิดมาไม่เคยอดอยาก หรือถ้าเราผอมเราก็บอกว่า เราโชคดีจริงๆ ที่หาเสื้อผ้าใส่ง่าย จริงป่ะ
ตอบลบอยากได้คำแนะนำมากกว่านี้
ตอบลบชีวิตเราเปลี่ยนได้ เพียงแค่เราคิดดี ทำดี ชีวิตของเราก็จะดีขึ้นค่ะ
ตอบลบจริงชีวิตย่อมมีอุปสรรคเสมอ...
ตอบลบนี่แหละสัจธรรมของชีวิต..แต่ไม่ยอมปล่อยวางซะที
ตอบลบธรรมมะไปหน่อยมั๊ย
ตอบลบสาธุ
ตอบลบจงพอใจในสิ่งที่ตนมี
ตอบลบขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ
ตอบลบ